| ที่มา | คอลัมน์ "รายงาน" |
|---|
น.ศ.กัมพูชา ผุดโครงการปันสุข ปลูกผักปลอดสารสู้โควิด-19
โครงการปันสุข – ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ทำให้ใครหลายคนเผชิญความยากลำบาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางข้ามพรหมแดนกลับไปยังประเทศบ้านเกิดได้
แต่ “นักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวกัมพูชา” ที่มาเรียนยัง มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สงขลา กลับเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการร่วมมือร่วมใจกับเพื่อนนักศึกษาชาวไทย ปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเอง พร้อมสานต่อเป็น “โครงการปันสุข” แบ่งปันผักไร้สารพิษแก่เพื่อนๆ ที่ขาดแคลน

อาจารย์จิรภา คงเขียว รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนานักศึกษาและคุณลักษณะบัณฑิต มรภ.สงขลา เล่าว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มีนักศึกษาชาวกัมพูชา 6 คน มาเข้าเรียนในคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม นักศึกษาเหล่านี้ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมไทยได้ดีมาก 1 ในนั้นคือ นาย BUNNGY TE ได้รับเลือกจากเพื่อนๆ ให้ดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เป็นผู้นำนักศึกษาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับอีก 6 คณะของมหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ ช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ระบาดรุนแรงก่อนหน้านี้ ส่งผลให้นักศึกษาชาวกัมพูชาทั้ง 6 คน ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ในฐานะที่ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มนักศึกษา จึงเกิดแนวคิดหากิจกรรมต่างๆ ให้นักศึกษากลุ่มนี้ทำ ซึ่งนอกเหนือจากช่วยงานในด้านต่างๆ ของกองพัฒนานักศึกษา อาทิ รวบรวมเอกสารเงินกู้ให้พี่ๆ เจ้าหน้าที่ ช่วยเช็คครุภัณฑ์พร้อมทั้งเขียนหมายเลขกำกับ ช่วยทาสีปรับปรุงห้องทำงานองค์การนักศึกษา ภาคปกติ (เก่า) ห้องงานกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นต้น ซึ่งนักศึกษากัมพูชา และเพื่อนนักศึกษาชาวไทย คือ นายทินกร หวังสป ประธานสภานักศึกษา ภาคปกติ ซึ่งเดินทางกลับบ้านเกิด จ.กระบี่ ไม่ได้ จึงช่วยกันปลูกพืชผักนานาชนิดไว้รับประทาน บนพื้นที่ว่างเปล่าด้านข้างหอพักปาริฉัตรของมหาวิทยาลัย

ประกอบกับทาง จ.สงขลา มีนโยบายให้ประชาชนปลูกพืชผักไว้รับประทานในครัวเรือน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ตนจึงขอความอนุเคราะห์ไปยัง ผศ.ดร.คริษฐ์สพล หนูพรหม รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มรภ.สงขลา ในการนำเครื่องจักรช่วยปรับพื้นที่สำหรับปลูกผัก และให้คำแนะนำวิธีปลูก ดูแล และการเก็บเกี่ยว โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์สำหรับบำรุงพืชผัก
อาจารย์จิรภากล่าวอีกว่า เป้าหมายหลักของแนวคิดในการทำเรื่องนี้ ก็เพื่อช่วยเหลือให้นักศึกษากัมพูชา ซึ่งต้องประหยัดค่าใช้จ่ายให้มากที่สุดในการมาเรียนที่ประเทศไทย ได้มีพืชผักปลอดสารพิษไว้ประกอบอาหาร ไม่ต้องซื้อหาจากข้างนอก ซึ่งตั้งใจที่จะสนับสนุนให้มีโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นวิธีคิดหนึ่งที่สอดคล้องกับหลักทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 คือกินอะไรปลูกอย่างนั้น
“นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้แล้ว โครงการนี้ยังก่อให้เกิดประโยชน์กับนักศึกษา ทั้งในด้านทักษะการใช้ชีวิต การฝึกความขยัน อดทน การทำงานอยู่ร่วมกับผู้อื่น และได้ฝึกความรับผิดชอบในการดูแลพืชผักให้เติบโต ซึ่งเป็นความรู้คนละแขนงกับที่เรียนมา ส่วนในภาพอนาคต หากผักที่พวกเขาปลูกมีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็อยากแบ่งปันไปยังเพื่อนๆ ที่ขาดแคลน โดยอาจจัดทำในรูปแบบของตู้ปันสุขสำหรับนักศึกษาเป็นโครงการต่อไป” อาจารย์จิรภา กล่าว

ด้าน BUNNGY TE นายกสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา นักศึกษากัมพูชา ถ่ายทอดด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำว่า หลังจากเรียนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ที่วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จ.สงขลา ตน และเพื่อนๆ รวม 6 คน เลือกที่จะสมัครเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีที่ มรภ.สงขลา แทนที่จะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิด ซึ่งพวกตนมีความสุขมากๆ ในการเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เพราะได้ทำกิจกรรมหลากหลาย และมีเพื่อนใหม่มากมาย
“หลังโควิด-19 ระบาด ผม และเพื่อนๆ ได้ช่วยกันปลูกผักไว้ทำอาหาร จนตอนนี้มีทั้งผักกวางตุ้ง ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง พริก แตงกวา มะเขือ ได้แก่ ถั่วฝักยาว ผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง พริก แตงกวา มะเขือ โดยปลูกหมุนเวียนกันไปเพื่อให้มีผักไว้ทานได้ตลอด พวกเราแบ่งหน้าที่กันรดน้ำ พรวนดิน จนกระทั่งถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับความเหลือจากเพื่อนๆ ชาวไทยเป็นอย่างดี สร้างความภูมิใจ และดีใจแก่พวกเราเป็นอย่างมาก จากช่วงแรกที่เคยรู้สึกลำบากเพราะต่างที่แปลกถิ่น ตอนนี้กลับมีความสุขมากๆ” BUNNGY TE กล่าว

ขณะที่ น.ส.CHINGLINH SUN นักศึกษาชาวกัมพูชาอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเลขานุการนายกสโมสรนักศึกษาคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เล่าว่า ตอนมาอยู่เมืองไทยแรกๆ ความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก เพราะไม่สามารถใช้ภาษาไทยในการสื่อสารได้ หลังจากผ่านมาระยะหนึ่งเริ่มปรับตัว และสามารถสื่อสารกับคนอื่นๆ ได้ ก็เริ่มใช้ชีวิตได้อย่างสนุกมากขึ้น ยิ่งได้ทำกิจกรรมปลูกผัก ทำให้มีการติดต่อสัมพันธ์กับหลายฝ่าย สร้างความคุ้นเคย และรู้สึกมีความสุข ทั้งที่ตัวเองไม่เคยปลูกผักมาก่อน เพราะครอบครัวที่กัมพูชาประกอบอาชีพข้าราชการครู แต่โชคดีที่มีเพื่อนๆ ชาวไทยใจดีช่วยสอนงานให้ตลอด ซึ่งตั้งใจไว้ว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ตนจะกลับไปปลูกผักให้พ่อแม่ได้รับประทานด้วยความภูมิใจ

ปิดท้ายด้วย นายทินกร หวังสป ประธานสภานักศึกษา ภาคปกติ มรภ.สงขลา บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนชาวต่างชาติ เนื่องจากได้แลกเปลี่ยนแนวคิดทั้งในส่วนของแผนการทำงาน การแก้ไขปัญหา และการวางแผนที่จะทำการค้าร่วมกันในอนาคต แม้จะมีอุปสรรคบ้าง เพราะความแตกต่างทางภาษา แต่ทุกอย่างก็ราบรื่นได้ด้วยน้ำใจ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะได้รับการผลักดันในระยะยาว เพราะอยากให้ผลิตผลปลอดสารพิษที่ตน และเพื่อนๆ ชาวกัมพูชาได้ร่วมกันปลูก ถูกนำไปใส่ในตู้ปันสุขให้แก่คนอื่นๆ ด้วย
แม้การปลูกผักเพื่อรับประทานเองอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนทั่วไป แต่คงเป็นภาพที่พบเห็นได้ไม่ง่ายนักในกลุ่มนักศึกษาที่ไม่ได้เรียนสาขาเกษตรโดยตรง การถ่ายทอดเรื่องราวของพวกเขาไม่ใช่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้หันมาปลูกผักอย่างเดียว ทว่า มุ่งหวังให้ทุกคนเกิดแรงผลักดันในการลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจ และมีความสุขในสิ่งที่ทำ

"ผัก" - Google News
August 30, 2020 at 09:56AM
https://ift.tt/3gNBbD2
น.ศ.กัมพูชา ผุดโครงการปันสุข ปลูกผักปลอดสารสู้โควิด-19 - มติชน
"ผัก" - Google News
https://ift.tt/2wOiSwx

No comments:
Post a Comment